KEATHADHAMMABOTHTHAI

nousambath855@gmail.com

เรียบเรียงโดย จงฺกมรกฺขิโต นู สมบัติ keathadhammaboththai.blogspot.com

อ่านเรื่องในคาถาธรรมบท ๓๐๒ เรื่อง บล็กนี้เรียบเรียงโดย ภิกฺขุ จงฺกมรกฺขิโต นู สมบัติ ขออนุโมทนาบุญทุกย่าง ! Email: nousambath855@gmail.com

July 30, 2017

๓๒.เรื่องพระสุนทรสมุทรเถระ

Posted by   on Pinterest

เรื่องพระสุนทรสมุทรเถระ



พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระสุนทรสมุทรเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  โยธ  กาเม  เป็นต้น

ในกรุงสาวัตถี  มีชายคนหนึ่งชื่อสุนทรสมุทร  เป็นบุตรของเศรษฐี  มีทรัพย์สมบัติ  40 โกฏิ  ต่อมาสุนทรสมุทรนี้ได้ออกบวช  และได้ออกเดินทางไปปฏิบัติธรรมในกรุงราชคฤห์  ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงสาวัตถีประมาณ  45  โยชน์

อยู่มาวันหนึ่ง  มีการจัดงานเทศกาลอย่างหนึ่งขึ้นในกรุงสาวัตถี  บิดามารดาของพระสุนทรสมุทรคิดถึงบุตรชายมากถึงกับร้องไห้ออกมา  เพราะนึกเสียดายว่าคิดว่าหากบุตรยังไม่บวชก็จะออกไปเที่ยวสนุกสนานในงานเทศกาลนี้  ขณะที่คคนทั้งสองนั่งร้องไห้อยู่นั้น  ก็มีหญิงแพศยานางหนึ่งเข้ามาถามถึงสาเหตุที่คนทั้งสองร้องไห้  เมื่อได้ฟังว่าร้องไห้ถึงบุตรชายที่ออกบวชนั้น นางก็ถามขึ้นว่า  หากนางสามารถสึกพระลูกชายออกมาครองชีวิตเป็นฆราวาสได้  ทั้งสองคนจะให้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนแก่นาง  ทั้งสองคนได้บอกกับนางว่า   จะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้   นางแพศยาก็จึงขอเงินจำนวนหนึ่งจากคนทั้งสองแล้วก็ออกเดินทางไปที่กรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง

เมื่อเดินทางถึงกรุงราชคฤห์แล้ว  นางก็ได้เช่าปราสาท  7  ชั้นหลังหนึ่ง  ซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางที่พระสุนทรสมุทรจะบิณฑบาตผ่าน  นางได้ตระเตรียมอาหารดีๆไว้รอพระสุทรสมุทรเถระมาบิณฑบาต  ใน 2-3  วันแรกนางได้ยกอาหารมาถวายพระเถระตรงที่ประตูบ้าน  แต่ต่อมานางได้นิมนต์พระเถระเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตข้างในบ้าน  ในช่วงนี้  นางได้ไปว่าจ้างพวกเด็กๆให้พากันมาเล่นอยู่ข้างนอกบ้านในช่วงเวลาที่พระเถระมารับบิณฑบาต เพื่อที่ว่านางจะหาเลศนัยใช้เป็นข้ออ้างว่ามีพวกเด็กๆมาเล่นกันฝุ่นฟุ้งและส่งเสียงอื้ออึงเมื่อนั่งอยู่ชั้นล่างของบ้าน สมควรที่พระเถระจะขึ้นไปนั่งอยู่เสียที่ชั้นที่สองของบ้าน   เมื่อพระเถระยอมปฏิบัติตามคำนิมนต์นั้นแล้ว  หญิงแพศยานั้นก็รีบเข้ามาปิดประตูสั่นดาล  แล้วนางก็เริ่มยั่วยวนพระเถระด้วยมารยาหญิง  นางได้กล่าวกับพระเถระว่า ท่านก็ยังหนุ่ม  ส่วนดิฉันก็ยังสาว  เราควรมาเป็นสมีภรรยากัน  เอาไว้เมื่อตอนชราจึงค่อยมาบวชเถิด  เมื่อพระเถระได้ยินคำพูดของนางแพศยา  ก็เกิดความสังเวชใจ  ว่าตนหลวมตัวทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเพราะความประมาทเลินเล่อ  ในขณะนั้นเอง  พระศาสดาประทับนั่งอยู่ในพระเชตวัน  ทีห่างไกลจากจุดนั้นประมาณ 45  โยชน์  ทรงเห็นเหตุการณ์ด้วยพระญาณวิเศษ     ได้ทรงกระทำความยิ้มแย้มออกมา  เมื่อพระอานนทเถระกราบทูลถามถึงสาเหตุของการที่ทรงยิ้มแย้มนั้น  ได้ตรัสว่า “อานนท์  สงครามระหว่างภิกษุชื่อสุนทรสมุทร  กับหญิงแพศยา  กำลังเปิดฉากขึ้น  บนปราสาท 7 ชั้น  ในกรุงราชคฤห์”  พระอานนทเถระทูลถามว่า  “ใครจะชนะ  ใครจะแพ้”  พระศาสดาตรัสว่า “ฝ่ายสุนทรสมุทรจะชนะ  ฝ่ายหญิงแพศยาจะแพ้”  จากนั้น  พระศาสดาได้เปล่งรัศมีไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพระสุนทรเถระ  แล้วตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า
โยธ  กาเม  ปหนฺตฺวาน
อนาคาโร  ปริพฺพเช
กามภวปริกฺขีณํ
ตมหํ  พฺรูมิ  พฺราหฺมณํ ฯ

บุคคลใดละกามทั้งหลายในโลกนี้แล้ว
เป็นผู้ไม่มีเรือน  งดเว้นเสียได้
เราเรียกบุคคลนั้น  ผู้มีกามและภพสิ้นแล้ว
ว่า  เป็นพราหมณ์.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง   พระเถระ  บรรลุพระอรหัตตผล.

No comments:
Write comments