KEATHADHAMMABOTHTHAI

nousambath855@gmail.com

เรียบเรียงโดย จงฺกมรกฺขิโต นู สมบัติ keathadhammaboththai.blogspot.com

อ่านเรื่องในคาถาธรรมบท ๓๐๒ เรื่อง บล็กนี้เรียบเรียงโดย ภิกฺขุ จงฺกมรกฺขิโต นู สมบัติ ขออนุโมทนาบุญทุกย่าง ! Email: nousambath855@gmail.com

July 30, 2017

๓๐.เรื่องพระจันทาภเถระ

Posted by   on Pinterest

เรื่องพระจันทาภเถระ



พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน  ทรงปรารภพระจันทาภเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  จนฺทํว  เป็นต้น

พระจันทาภเถระ  เมื่อครั้งในอดีตชาติ  เคยได้ถวายผงแก่นจันทน์แดงบูชาพระสถูปเจดีย์  ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระกัสสปพุทธเจ้า ด้วยผลานิสงส์นั้น  ทำให้ได้ไปเกิดในเทวโลกเป็นเวลาหนึ่งพุทธันดร  ในพุทธุปบาทกาลนี้  ได้มาเกิดที่โลกมนุษย์ในตระกูลพราหมณ์กรุงราชคฤห์  ตั้งแต่คลอดออกมาจากครรภ์ของมารดา ทารกคนนี้มีแสงสว่างเป็นรูปวงกลมดุจจันทร์เพ็ญแผ่ออกจากสะดือ  เพราะฉะนั้นจึงมีชื่อว่า จันทาภะ  พวกพราหมณ์เห็นว่าสิ่งแปลกประหลาดในตัวของเขาเป็นจุดจุดขาย ก็จึงนำเขาขึ้นเกวียนพาตระเวนไปตามที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้ชมและใครที่จ่ายเงินจำนวน 100 กหาปณะ  หรือ 1000 กหาปณะก็จะได้รับอนุญาตให้จับเนื้อต้องตัวของเขาได้  อยู่มาวันหนึ่ง  เมื่อคณะของจันทาภะเดินทางถึงสถานที่กึ่งกลางระหว่างกรุงราชคฤห์กับพระเชตวัน ได้เห็นพระอริยะทั้งหลายเดินทางไปเฝ้าพระศาสดาที่วัดพระเชตวัน  ก็ได้กล่าวกับครนเหล่านั้นว่า  จะมีประโยชน์อะไรกับการไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้านั้น  เพราะว่าไม่มีใครมีอานุภาพเสมอเหมือนจันทาภะนี้อีกแล้ว  ใครก็ตามที่สัมผัสถูกเนื้อต้องตัวของเขาแล้ว  คนนั้นก็จะได้อิสสริยศและทรัพย์สมบัติ  ไม่เชื่อก็มาลองพิสูจน์ดูก็ได้  แต่พระอริยบุคคลเหล่านั้นได้กล่าว่า “พระศาสดาของพวกเราเท่านั้น มีอานุภาพมาก”

คณะพราหมณ์นั้นจึงได้นำจันทาภะไปที่พระเชตวันเพื่อพิสูจน์ว่ามีอานุภาพมากกว่าพระศาสดา  เมื่อจันทาภะเข้าไปอยู่เบื้องหน้าของพระศาสดา  รัศมีวงกลมดังพระจันท์วันเพ็ญที่เคยแผ่ออกมาจากสะดือของเขาก็หายไปสิ้น  เมื่อลองให้จันทาภะออกไปจากเบื้องหน้าของพระศาสดา  รัศมีนั้นก็กลับมาดังเดิม  เมื่อได้ทำการทดลองถึง  3 ครั้ง  พวกพราหมณ์จึงเชื่อว่า  พระศาสดาจะต้องมีมนต์วิเศษ ที่สามารถทำให้รัศมีหายไปได้อย่างแน่นอน  จึงต้องการได้มนต์วิเศษนี้   แต่พระศาสดาตรัสว่า  พระองค์จะประทานมนต์นี้ก็เฉพาะแก่บุคคลที่เป็นภิกษุเท่านั้น  จันทาภพราหมณ์จึงบอกให้คณะพราหมณ์ของเขารอไปก่อนในขณะที่เขาเรียนมนต์นี้ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จากนั้นพระศาสดาได้ให้การอุปสมบทแด่จันทาภพราหมณ์  และได้บอกพระกัมมัฏฐานที่มีอาการ 32 เป็นอารมณ์ให้พระจันทาภะนำไปปฏิบัติ  โดยตรัสว่า  จงนำมนต์นี้ไปท่องบ่นสาธยาย   เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 2-3 วันเท่านั้น พระจันทาภะก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์   เมื่อพวกพราหมณ์ในคณะมาชวนให้ไปออกตระเวนหาเงินต่อ  พระจันทาภะกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงไปเถิด  เดี๋ยวนี้ฉันเป็นผู้มีธรรมเครื่องไม่ไปเสียแล้ว”  ภิกษุทั้งหลายเมื่อได้ยินท่านพูดเช่นนั้น  ก็คิดว่าท่านอวดอ้างตนว่าเป็นพระอรหันต์ด้วยความไม่จริง  จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระศาสดา  พระศาสดาตรัสว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้  จันทาภะบุตรของเรา  มีอาสวะสิ้นแล้ว  ย่อมกล่าวแต่คำจริงเท่านั้น”

จากนั้น  พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท  พระคาถานี้ว่า

จนฺทํว  วิมลํ  สุทฺธํ
วิปฺปสนฺนมนาวิลํ
นนฺทิภวปริกฺขีณํ
ตมหํ  พฺรูมิ  พฺราหฺมณํ ฯ

เราเรียกผู้บริสุทธิ์  ผ่องใส  ไม่ขุ่นมัว
มีภพเครื่องเพลิดเพลินสิ้นแล้ว
เหมือนพระจันทร์ที่ปราศจากมลทิน
นั้นว่า  เป็นพราหมณ์.

เมื่อพระธรรมเทศนาจบลง  ชนเป็นอันมาก  บรรลุอริยผลทั้งหลาย  มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.

No comments:
Write comments